ตั้งครรภ์ 5 เดือน

อายุครรภ์ 5 เดือน

อายุครรภ์ 5 เดือน

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ได้ในช่วง อายุครรภ์ 5 เดือน ช่วงนี้เด็กทารกจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว อวัยวะทำงานได้เต็มที่ เด็กเริ่มมีรายนิ้วมือ กล้ามเนื้อจะแข็งแรงมากขึ้น ตับจะเริ่มสร้างเม็ดเลือดแดง ถุงน้ำดีเริ่มสร้างน้ำดี ฟันน้ำนมเริ่มโตใต้เหงือก ผม ขนคิ้ว ขนตายาวขึ้น เด็กจะมีการตื่นและนอนเป็นเวลาค่ะ วันนี้ thai-health.net จะมาบอกวิธีการปฏิบัติรหว่างการตั้งครรภ์ 5 เดือนมาฝากคุณแม่ทุกท่านค่ะ

ในเดือนที่ 5 ของการตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่คุณแม่สามารถรู้สึกได้ดังนี้

- ทารกในครรภ์ เริ่มดิ้นจนคุณแม่รู้สึกได้

- มีมูกในช่องท้องเพิ่มขึ้น

- อาการท้องผูก หรืออาจเป็นริดสีดวงทวาร

- ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย และมีลมในท้อง

- ปวดศีรษะบ้าง บางครั้งอาจมีอาการเป็นลม เวียนศีรษะง่าย

- แน่นคัดจมูก เลือดกำเดาออก และหูอื้อ

- หิวบ่อย

- อาจเป็นตะคริวมากขึ้น

- มีอาการบวมที่ตาตุ่มและเท้า บางรายหน้าและมือก็บวม

- มีเลือดขอดที่ขา

- ชีพจรเต้นเร็วขึ้น

- เริ่มมีอาการปวดหลัง

- ความรู้สึกทางเพศเปลี่ยนแปลง

- สีผิวที่หน้าท้องและใบหน้าเข้มขึ้น

- อารมณ์แปรปรวนลดลงจากเดือนก่อนๆ แต่ยังอ่อนไหวบ้าง

สิ่งที่แพทย์ผู้ดูแลครรภ์จะให้คุณทำในช่วงเดือนนี้ได้แก่

อายุครรภ์ 5 เดือน

อายุครรภ์ 5 เดือน

1. ชั่งน้ำหนักตัวและวัดความดันเลือด

2. ตรวจน้ำตาลและสารไข่ขาวในปัสสาวะ

3. ฟังเสียงเต้นของหัวใจของ ทารกในครรภ์

4. ตรวจขนาดและรูปร่างของมดลูก โดย การตรวจหน้าท้อง

5. ความสูงของระดับยอดของมดลูก

6. อาการบวมที่มือและเท้า และหลอดเลือดที่ขา

7. ตรวจโรคตับอักเสบ

8. อาการผิดปกติต่างๆ (ถ้ามี)

สิ่งที่คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ต้องดูแลเป็นพิเศษในช่วงเดือนนี้คือ

1. อาจมี อาการเวียนศีรษะ บ่อยๆ เนื่องจากมดลูกขยายใหญ่ขึ้นจนอาจไปกดทับหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณกลางลำตัว ดังนั้นเวลาลุกนั่งหรือเปลี่ยนท่าต่างๆ ก็จะทำให้การไหลเวียนของเลือดเปลี่ยนไป ทำให้ความดันลดลงอย่างกระทันหัน ทำให้เลือดไม่สามารถมาเลี้ยงสมองได้ทันจึงเกิดอาการเวียนศีรษะได้ คุณแม่สามารถป้องกันอาการดังกล่าวได้โดยเมื่อต้องเปลี่ยนท่าหรืออิริยาบถต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลุก นั่ง นอน เดิน ควรทำอย่างช้าๆ จะช่วยให้ร่างกายค่อยๆ ปรับเปลี่ยนการไหลเวียนของเลือดได้ทัน และอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยได้คือกินโปรตีนทุกมื้อ กินให้บ่อยขึ้น หรือกินอาหารว่างระหว่างมื้อ เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป

2. ตรวจโรคตับอักเสบชนิดบี หากพบว่าติดเชื้อต้องเข้ารับ การรักษา โดยด่วน

3. การยกของหนัก หรือการอุ้มลูกคนโต หากต้องอุ้มลูก หรือยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากกว่า 10 กิโลกรัม อาจเป็นอันตรายต่อกล้ามเนื้อหลังอย่างมาก หากลูกคนโตอ้อนขอให้อุ้มควรพูดกับลูกให้เข้าใจว่าตอนนี้ลูกโตแล้วจะต้องเดินเองได้แล้ว ดีกว่าการไปบอกว่าตอนนี้แม่มีน้องอยู่ในท้อง จึงอุ้มลูกไม่ได้ เพราะจะทำให้ลูกคนโตเกิดอาการอิจฉาน้องได้

4. ในระยะนี้จะเริ่มมี อาการเท้าบวม ควรบริหารและออกกำลังกายบริเวณเท้าบ้าง และอย่าใส่รองเท้าที่คับมากเกินไป และอย่าใส่รองเท้าส้นสูง จะช่วยลดอาการปวดเท้าได้

การเป็นแม่คุณภาพ คือการหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตัวเองค่ะ ซึ่งปัจจุบันแหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ อินเทอร์เน็ต วิทยุ โทรทัศน์ เพื่อหาความรู้เสริม

 

 

เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพ การตั้งครรภ์ 5 เดือน วันนี้ thai-health.net จึงมีภาพมาฝากค่ะ

 

ท้อง 5 เดือน

 

หากคุณแม่ท่านใดที่อยู่ในช่วงตั้งท้อง และอยากทราบถึงอาการต่างระยะตั้งท้อง สามารถศึกษาได้จากข้อมูลเหล่านี้ได้เลยค่ะ

 

อายุครรภ์ 6 เดือน , อายุครรภ์ 4 เดือน , การ ตั้ง ครรภ์ 5 เดือน , อายุ ทารก ใน ครรภ์ , อายุ ครรภ์ 3 เดือน , อายุ ครรภ์ 6 เดือน , พัฒนาการ อายุ ครรภ์ 5 เดือน


ในช่วงการตรวจครรภ์ หากมีประเด็นปัญหาที่สงสัย แพทย์จะแจ้งให้คุณแม่ทราบทันทีและอาจต้องมีการตรวจอัลตราซาวนด์อีกครั้ง บางครั้งจำเป็นต้องมีการตรวจซ้ำแต่ไม่ได้หมายความว่ามีปัญหาร้ายแรงกับลูกของคุณเสมอไป

 

รีวิวเนื้อหาโดย : มุชซี่ /thai-health.net

 

ขอบคุณเนื้อหาจาก : babytrick.com