อาหารหลังคลอด

อาหารหลังคลอด

 

 

อาหารหลังคลอด เป็นอาหารที่สำคัญสำหรับคุณแม่และลูกน้อย เพราะลูกน้อยก็จะได้รับ  สารอาหาร นั้นจาำกน้ำนมของคุณ  วันนี้  thai-health.net ขอนำบทความเกี่ยวกับอาหารหลังคลอดมาฝากคุณแม่มือใหม่กันค่ะ

 

อาหารหลังคลอด สำคัญไม่แพ้อาหารบำรุงครรภ์

เมนูอาหารหลังคลอด

อาหารหลังคลอด เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณแม่คนใหม่ไม่แพ้ทั้ง  อาหารก่อนตั้งครรภ์  และอาหารบำรุงครรภ์ หลายคนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาหารหลังคลอดว่า หลังจากการคลอดบุตรแล้วคุณแม่ตัวคนเดียวไม่น่าจะต้องเป็นห่วงมากนัก ในความเป็นจริงแล้ว คุณแม่คนใหม่ต้องให้ความสำคัญกับอาหารหลังคลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณแม่คนใหม่นี้ต้องให้นมลูกด้วยแล้ว การให้  ความสำคัญกับอาหารหลังคลอด ยิ่งมีความจำเป็นและให้ความสนใจดูแลเรื่องการกินเป็นพิเศษ อย่าลืมว่าคุณแม่คนใหม่ ต้องมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีจึงจะสามารถเลี้ยงดูลูกให้มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้  ช่วงหลังคลอดใหม่ ๆ ในเดือนแรก ร่างกายของคุณแม่คนใหม่ยังไม่ค่อยแข็งแรง รอการปรับสภาพร่างกายให้กลับคืนสู่สภาวะปกติและยังต้องปรับตัวอีกหลาย ๆ เรื่องทั้งในเรื่องการเลี้ยงลูก การให้นมและไหนจะความเครียดที่เกิดขึ้นตามมาในระหว่างการปรับตัวทั้งทางร่างกายและจิตใจ จึงจำเป็นต้องบำรุงร่างกายให้สุขภาพแข็งแรงด้วยการรู้จักเลือกกินอาหารในระยะหลังคลอดที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายโดยยึดหลักดังนี้คือ

  • หลักพื้นฐานเรื่องการกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ยังคงเป็นหลักที่มีความคลาสสิคสามารถนำมาใช้ได้เสมอกับทุกสถานการณ์ไม่เว้นแม้แต่เรื่อง “อาหารหลังคลอด” ดังนั้นสิ่งที่ต้องท่องไว้ในใจเสมอคือ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ในกรณีอาหารหลังการคลอดนี้ มีอาหารกลุ่มที่ต้องเน้นเป็นพิเศษคือ เนื้อสัตว์(โปรตีน) ผักสด ผลไม้(เกลือแร่และวิตามิน)และที่ขาดไม่ได้ก็คือ น้ำ เพื่อให้ร่างกายคุณแม่หลังคลอดฟื้นตัวกลับมาสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว

 

  • อาหารหลังคลอด ในกลุ่มเนื้อสัตว์ (ให้โปรตีน) เนื้อปลา ไข่ นม ถั่ว เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน จะช่วยควบคุมให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและฟื้นฟูมดลูก แผลฝีเย็บให้แห้งเร็วขึ้น

 

  • อาหารหลังคลอดประเภทตับและเครื่องในสัตว์ (เน้นธาตุเหล็ก) เพราะหลังจากการคลอดคุณแม่คนใหม่ต้องสูญเสียเลือดไปเป็นจำนวนมาก จึงต้องการอาหารหลังคลอดที่ให้ธาตุเหล็กมากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันภาวะโลหิตจาง ช่วยให้มีกำลังไม่อ่อนเพลีย ธาตุเหล็กในอาหารหลังคลอดประเภทตับและเครื่องในสัตว์ยังช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดใหม่ทดแทนเม็ดเลือดที่สูญเสียไปในระหว่างการคลอด นอกจากนี้อาหารที่มีธาตุเหล็กที่ควรกินเพิ่มเติมได้แก่ ไข่แดง ผักใบเขียว ถั่วเมล็ดแห้งและงา

 

  • อาหารหลังคลอดที่มีวิตามินซี ได้แก่ ส้ม มะเขือเทศ ฝรั่ง มะนาว จะอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น นอกจากนี้ในผักสดและผลไม้ยังมีกากใยที่ช่วยในเรื่องระบบการขับถ่ายให้คุณแม่คนใหม่ท้องไม่ผูกและสามารถกลับมาเป็นถ่ายเป็นปกติได้

 

  • น้ำ เป็นสิ่งที่คุณแม่หลังคลอดจะละเลยไม่ได้ ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ช่วยให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างราบรื่น น้ำที่ดื่มอาจอยูในรูป น้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ น้ำผลไม้สด หรือน้ำต้มซุปก็ได้ แต่พยายามหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด เพราะคุณแม่หลังคลอดมักต้องการลดน้ำหนักให้กลับสู่สภาวะปกติ ถ้าดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ในช่วงหลังคลอด

 

  • ควรเลือกสรรอาหารที่สดใหม่ ปรุงสุก และมีความหลากหลาย ไม่กินอาหารซ้ำ ๆ ให้หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ อย่าลืมหลัก  การเลือกกินอาหารหลังคลอด คือ กินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่และเน้นอาหารประเภทที่ให้โปรตีน เกลือแร่ วิตามิน ธาตุเหล็กและแคลเซียม มีข้อควรระวังคือพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีเครื่องเทศ เครื่องแกงที่มีรสจัดเพราะกลิ่นและรสของอาหารเหล่านี้สามารถส่งผ่านไปยังลูกได้โดยการให้นม สิ่งที่ควรงดเว้นไปเลยเช่น เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ยาดองเหล้า น้ำชา กาแฟและหากต้องใช้ยาควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ หลังคลอดแล้วให้ใส่ใจทั้งตัวคุณแม่แล้วต้องสนใจอาหารสำหรับเด็กอ่อนด้วย เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งก็ถึงเวลาที่ต้องให้อาหารเสริมสำหรับทารก การดูแลสุขภาพของแม่และลูก ต้องทำควบคู่กันไปเพื่อให้เกิดผลดีกับทั้งสองคน

 

 

สำหรับอาหารหลังคลอดถ้าท่านผู้อ่านต้องการค้นหาเกี่ยวกับอาหารหลังคลอดสามารถค้นหาเพิ่มเติมได้จากคำเหล่านี้ค่ะ

 

อาหาร หลัง คลอด 2 , อาหาร หลัง คลอด ลูก , อาหาร สำหรับ คุณ แม่ หลัง คลอด , อาหาร สำหรับ หญิง หลัง คลอด , อาหาร สำหรับ คน หลัง คลอด , อาหาร สำหรับ หญิง ตั้ง ครรภ์ , อาหาร แสลง หลัง คลอด , อาหาร แม่ หลัง คลอด

 

ได้ทราบกันแล้วนะค่ะ ก่อนที่คุณแม่จะทานอะไรควรคัดเลือกและคำนึงถึงลูกน้อยมากๆนะค่ะ

 

รีวิวเนื้อหาโดย : ปาหนัน / thai-health.net
ขอบคุณข้อมูลจาก : blogspot.com