อาการ มะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่มีอาการแสดง คือ การมีเลือดปนมาในอุจจาระ การมีเลือดออกทางทวารหนัก อาการท้องผูกสลับท้องเสีย ลำไส้ อักเสบเรื้อรัง ซึ่งหากคุณกลัวแนะนำให้ตรวจร่างกาย ประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจดูว่ามีก้อนเนื้องอกหรือไม่ และในขณะเดียวกันการที่คุณมีอาการ ของทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็นท้องผูก หรือท้องเสียก็ควรได้รับการรักษาให้หาย ไม่ควรปล่อยให้เป็นเรื่อรังค่ะ thai-health.net มีวิธีป้องถึงสาเหตุการเกิดมะเร็งลำใส้ใหญ่มาฝากทุกท่านค่ะ

สาเหตุ

สาเหตุที่แท้จริงยังไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการระคายเคืองหรือการถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ
เวลานาน หรือเกิดจากความผิดปกติของการแบ่งตัวของเนื้อเยื่อของลำไส้ หรือเกิดจากความผิดปกติของรหัส
พันธุกรรม แต่ที่แน่ๆพบว่าประชากรที่รับประทานผักผลไม้ยิ่งมากเท่าไรยิ่งมีโอกาสเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่
น้อยมากเท่านั้นโดยไม่ขึ้นกับเชื้อชาติ จึงคิดว่าการรับประทานผักผลไม้เป็นประจำจะช่วยในการป็องกัน
มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี

อาการของโรค

อาการแรกที่จะพบได้คือ เบื่ออาหารและน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสามารถเหตุ ถ้าเป็นมากขึ้นจะมีอาการถ่ายเป็น
เลือดหรือมูกปนเลือด ส่วนน้อยที่จะมีอาการท้องอืดอาเจียนจากลำไส้อุดตัน

การตรวจวินิจฉัย

จากประวัติและการตรวจร่างกาย การตรวจโดยใช้นิ้วตรวจทางทวารหนักร่วมกับการส่องกล้องภายในลำไส้ โดยเริ่มจากการใช้กล้องแบบสั้นก่อน(Proctoscope) เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้กล้องที่ยาวขึ้น (Colonoscope) แพทย์อาจใช้การทำเอ็กซเรย์โดยการใส่สารทึบรังสีเข้าไปในลำไส้ (Barium enema) เมื่อพบก้อนแพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อบางส่วนหรือทั้งหมดเพื่อส่งตรวจโดยใช้กล้องจุลทรรศน์เพื่อดูว่าเป็น ก้อนชนิดใด เพื่อให้วิธีการรักษาที่ถูกต้อง เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งจำเป็นต้องตรวจว่ามีการกระจายไปยังที่อื่นหรือไม่โดยการเอ็กซเรย์ปอด การทำ อัลตร้าซาวด์ตับ หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

เมื่อไรต้องเริ่มทำการตรวจหามะเร็ง

ผู้ป่วยโรคมะเร็งลําไส้ใหญ่

เมื่อมีอาการเบื่ออาหารและน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือด
แต่ การตรวจหามะเร็ง ก่อนที่จะมีอาการจะได้ผลดีที่สุดได้แก่ผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปี หรือผู้ที่มีพ่อแม่พี่น้องเป็น
มะเร็ง โดยทำการตรวจหาเลือดในอุจจาระทุกปี การเจาะเลือดเพื่อตรวจหาสารมะเร็ง(CEA) หรือการส่อง
กล้องตรวจลำไส้ใหญ่ชนิดยาว(Colonocope)

การตรวจหาเลือดในอุจจาระที่ได้ผลดี ต้องงด การรับประทานอาหาร หรือยาที่มีสารเหล็กเป็นส่วนประกอบอยู่
อย่างน้อย 3 วันได้แก่ เลือด ตับ อวัยวะภายในของสัตว์ ยาที่มีธาตุเหล็กเช่นยาเพิ่มเลือด

การรักษา

การรักษามีหลายวิธีขึ้นกับตำแหน่งของก้อนและอาการที่เป็นอยู่ บางตำแหน่งจะรักษาโดยการผ่าตัดเลย
แต่บางตำแหน่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณอุ้งเชิงกรานอาจจำเป็นต้องฉายรังสีก่อนที่จะได้รับการผ่าตัด
เพื่อลดอัตราการแพร่กระจายออกไปและการกลับเป็นไหม่ หลังจากได้รับ การผ่าตัด แล้วแพทย์จะเอาก้อน
มะเร็งทั้งก้อนรวมทั้งลำไส้ที่ตัดเพื่อตรวจหาระยะของโรค ซึ่งบางระยะอาจจำเป็นต้องได้รับการฉายแสง
หรือได้รับยาเคมีบำบัดเพิ่มเติม

การติดตามการรักษา

หลังได้รับการรักษาแล้ว ผู้ป่วยยังต้องมารับการตรวจอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจหาการกลับเป็นใหม่หรือการกระจายไปยังอวัยวะอื่น โดยใน 3 ปีแรกต้องได้รับการตรวจทุก 3 เดือนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจเลือดหาสารCEA นอกจากนี้ยังมีการตรวจพิเศษอื่นๆอีกทุก 6-12 เดือนเช่นการเอ๊กซเรย์ปอด อัลตราซาวด์ตับหรือเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ การส่องกล้องชนิดยาวเพื่อดูลำไส้ใหญ่ ส่วนที่เหลือ(Colonoscopy)หรือเอ๊กซเรย์สวนแป้ง(Barium enema) ทั้งนี้เพื่อตรวจการแพร่กระจายหรือการกลับเป็นใหม่เพื่อให้ การรักษา โดยเร็วที่สุด หลังจาก 3 ปีแล้วความถี่ในการตรวจจะลดลงเช่นทุก 6-12 เดือน

ทางออกที่ดีที่สุดของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ คือการป้องกัน พยายามรับประทานอาหารที่มีกากใย (fiber) สูง จะสามารถลดความเสี่ยงได้ค่ะ

รีวิวเนื้อหาโดย : มุชซี่ /thai-health.net

ขอบคุณเนื้อหาจาก : thailabonline.com