ยาแก้ไอน้ำดำ

ยาแก้ไอน้ำดำ

ยาแก้ไอน้ำดำ

ยาแก้ไอน้ำดำ เป็นยาตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก ในท้องตลาดมีจำหน่ายหลายชื่อ มีสูตรผสมที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่จะมีส่วนผสมหลักที่เหมือนกัน ได้แก่ ทิงเจอร์ฝิ่นการบูร น้ำสะกัดชะเอม  แต่มักพบว่า นิยมที่จะจิบต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นอันตราย คือ มีผลให้ง่วง และกดสมอง วันนี้ ทาง thai-health.net มีคำอธิบายเกี่ยวกับยาแก้ไอมาฝากทุกท่านค่ะ

การไอมีสาเหตุจาก

1. มีการระคายเคืองของทางเดินหายใจส่วนบนจากการแพ้ หรือการอักเสบที่ไม่รุนแรง เช่น ไข้หวัด วัณโรค ในระยะแรก เจ็บคอ ไอกรน หวัดแพ้อากาศ เป็นต้น จะมีลักษณะไอแห้ง ๆ ไม่มีเสมหะ

2. ร่างกายต้องการขับสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น เสมหะ หนอง ก้อนเลือด เป็นต้น ซึ่งพบในผู้ป่วยหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ วัณโรคในระยะที่เป็นมาก เป็นต้น จะมีลักษณะไอมีเสมหะ หรือ เสลดข้น หรือ เป็นหนอง การใช้ ยาแก้ไอ จึงต้องเลือกชนิดให้เหมาะกับอาการไอ อย่างไรก็ตาม ยาแก้ไอเป็นเพียงยาบรรเทาอาการ

ข้อสำคัญจะต้องรักษาที่สาเหตุของโรค ในที่นี้จะกล่าวถึงยาแก้ไอ 2 ประเภท ได้แก่

1. ยาระงับการไอ (Anti-tussive)
2. ยาขับเสมหะ (Expectorant)

คนที่ไอมีเสลดเหนียว ควรดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ และไม่ควรกินยาระงับการไอ

ข้อบ่งใช้

ยาแก้ไอน้ำดำ

ยาแก้ไอน้ำดำ

 

ใช้รักษาอาการไอระคายคอ ไอแห้ง ๆ ไม่มีเสมหะ

ประเภทของยา

1. ยาที่เข้าสารฝิ่น หรือโคเดอีน (Codeine) ช่วยกดการไอที่ใช้บ่อย และราคาถูกได้แก่ ยาแก้ไอน้ำดำ (M. tussis/Brown mixture), ยาแก้ไอน้ำเชื่อม (Cough syrup) ซึ่งมีสารฝิ่นผสม ส่วนยาที่เข้าโคเดอีน ที่มีขายในท้องตลาด เช่น ยาแก้ไอเฟนซีดิล (Phensedyl), โรบิทัสซินเอซี (Robitussin-AC), โคดีเซีย (Codesia), โคดิพรอนต์ (Codipront) ซึ่งราคาค่อนข้างแพง

2. เดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Dextromethorphan) มีชนิดเม็ด 15 มก. และชนิดน้ำ

3. ไดเฟนไฮดรามีน ซึ่งเป็นยาแก้แพ้ชนิดหนึ่ง

ขนาดและวิธีใช้

ยาแก้ไอน้ำดำ ยาแก้ไอน้ำเชื่อม ยาแก้ไอที่เข้าโคเดอีน
ผู้ใหญ่ ให้จิบครั้งละ 1-2 ช้อนชา หรือ 1 เม็ด, เด็ก 1/2 – 1 ช้อนชา เวลาไอ ทุก 4-6 ชั่วโมง
เด็กซ์โทรเมทอร์แฟน ผู้ใหญ่ให้ครั้งละ 1-2 เม็ด, เด็ก 1/2 – 1 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง

ผลข้างเคียง

อาจทำให้มีอาการมึนงง ปวดศีรษะ ง่วงซึม ท้องผูก

ข้อควรระวัง

1. ระมัดระวังการใช้ในคนที่ไอมีเสลดเหนียว หรือไอจากสาเหตุจากทางเดินหายใจส่วนล่าง (เช่น หลอดลมอักเสบ,
ปอดอักเสบ) จะทำให้เสลดเหนียว โรคหายช้า หรือเกิดการอุดตันของทางเดินหายใจ อาจทำให้ปอดแฟบเป็น อันตรายได้

2. ถ้ากินแล้วกลับทำให้ไอมากขึ้น ควรหยุดยา

3. ยานี้เข้าฝิ่นหรือโคเดอีน อาจทำให้มึนงง ปวดศีรษะ ง่วงซึม คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก หรือมีอาการแพ้ (มีผื่นคัน) ได้

 

 

เพื่อเป็นการให้เห็นภาพและเกิดความเข้าใจถึงชนิดของยาแก้ไอน้ำดำมากขึ้น thai-health.net จึงมีภาพของยาแก้น้ำดำมาให้ทุกท่านดูกันค่ะ

 

 

ยาแก้ไอน้ำดำ

 

 

 

นอกจากที่ทุกท่านจะรู้จักยาแก้ไอน้ำดำแล้ว เพื่อให้ทุกท่านทราบข้อมูลมากขึ้น เราขอแนะนำให้ท่านศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากข้อความเหล่านี้ค่ะ

สมุนไพรแก้ไอ , ยาแก้ไอน้ําดํา , ยา แก้ ไอ ที่ ดี ที่สุด , ยา แก้ ไอ น้ำ ดำ , โปร ยา แก้ ไอ sf , ยา แก้ ไอ สมุนไพร , ยา แก้ ไอ ขับ เสมหะ

 

 

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ  กับข้อมูลของยาแก้ไอน้ำดำ ที่ทาง thai-health.net นำมาบอกทุกท่านในวันนี้ แต่ถ้าจะให้ดีก่อนซื้อยามารับประทานควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง เพราะยาบางชนิดมีทั้งคุณและโทษต่างกันค่ะ

อย่าลืมนะค่ะ !
การใช้ยาสามัญประจำบ้านให้ปลอดภัยมีหลักใหญ่ 2 ประการคือ
1. อ่านฉลากและเอกสารกำกับยาก่อนใช้ยา
2. ใช้ยาให้ถูกต้อง – ถูกโรค ถูกคน ถูกทาง ถูกวิธี ถูกขนาด ถูกเวลา ถูกจำนวนครั้ง

รีวิวเนื้อหาโดย : มุชซี่ /thai-health.net

ขอบคุณเนื้อหาจาก : thailabonline.com