การ ป้องกัน โรค ไข้เลือดออก

ยุงลาย
ถึงแม้จะมีการป้องกันไข้เลือดออก แล้วก็ตามนะค่ะแต่ก็มีโอกาสพลาดได้เหมือนกันค่ะ หากสมาชิกในครอบครัวมีอาการไข้สูงอย่าได้ประมาทเป็นอันขาดเพราะการมีไข้สูงนั้นถึงแม้จะไม่ใช่โรคไข้เลือดออกแต่ก็อาจเป็นอาการของโรคอื่นๆที่ร้ายแรงได้เช่นกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดขึ้นกับเด็กเล็ก ดังนั้นทาง thai-health.net ขอเสนอเกี่ยวกับการป้องกันโรคไข้เลือออก เพื่อจะได้ป้องกันและ แนะนำให้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของโรคและรับการรักษาที่ถูกต้องนะค่ะ
ยุง

โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever)
เป็นโรคที่พบได้บ่อยช่วงฤดูฝน สาเหตุโรคไข้เลือดออกจะมีพาหะมาจากยุงลายและการรักษาสุขภาพที่ไม่ดีปล่อยให้เด็กนอนโดยไม่กางมุ้งเพราะคิดว่านอนช่วงกลางวันคงไม่เป็นอะไรมากจึงขาดการป้องกันไข้เลือดออกที่เหมาะสม ความจริงแล้วเพียงแค่การนอนในมุ้งก็เป็นการป้องกันไข้เลือดออกไปได้กว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว โรคไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัส อาการไข้เลือดออกที่สำคัญคือมีไข้สูงซึ่งเป็นอาการที่ไม่น่าไว้วางใจหากเกิดขึ้นกับเด็กๆในบ้าน ถึงแม้ว่าไข้สูงจะเป็นอาการร่วมของหลายๆโรคไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ปอดอักเสบ ไข้รากสาดน้อย ไข้หวัดใหญ่ ไข้ฉี่หนู หรืออาจเป็นอาการโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากเชื้อไวรัสเด็งกี่หรือไวรัสชิคุนกุนยา (Chikungunya) ก็ได้ แต่ส่วนมากแล้วผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้เลือดออกจะมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสเด็งกี่ หากเด็กๆในบ้านมีอาการไข้สูงจึงไม่ควรประมาทควรรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์โดยเร็ว

อาการของไข้เลือดออกจะแบ่งได้เป็น 3 ระยะด้วยกันคือ
1. อาการไข้เลือดออกระยะที่มีไข้สูง ผู้ป่วยจะมีไข้ขึ้นสูงแบบเฉียบพลัน อาจมีผื่นไข้เลือดออกซึ่งมีลักษณะเป็นผื่นแดงขึ้นตามลำตัว แขนและขา บางรายอาจจะเป็นจุดแดงเล็กๆบริเวณซอกรักแร้ แขน ขาและในช่องปาก อาการไข้สูงของโรคไข้เลือดออกในระยะนี้แม้จะกินยาลดไข้แล้วอาการของโรคก็ไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยจะปวดศีรษะ ตาแดง หน้าแดง ซึมและจะกระหายน้ำมาก ระยะของโรคในช่วงนี้จะทำให้ผู้ป่วยเบื่ออาหารทานข้าวไม่ค่อยได้ประมาณ 2-3 วัน อาการโรคไข้เลือดออกระยะไข้สูงนี้จะเป็นอยู่ประมาณ 2-7 วัน แล้วไข้จะกลับลดลงในวันที่ 5-7 แต่หากอาการของไข้เลือดออกเป็นมากขึ้นก็จะเข้าสู่อาการโรคไข้เลือดออกระยะที่ 2 ต่อไป
2. อาการไข้เลือดออกระยะที่มีเลือดออกและผู้ป่วยจะมีอาการช็อก ในระยะนี้ไข้จะเริ่มลดลงแต่อาการของผู้ป่วยจะตรงกันข้ามคือซึมมากขึ้นและอาการทรุดหนักขึ้น ตัวเย็น มือเย็น เท้าเย็น อาเจียนบ่อยและปวดท้อง ผู้ป่วยไข้เลือดออกอาการลักษณะนี้จะทำให้เกิดภาวะช็อคจากโรคไข้เลือดออกได้ ระยะของโรคในระยะนี้จะเกิดในช่วงวันที่ 3-7 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่วิกฤติของผู้ป่วย อาการของไข้เลือดออกในระยะนี้จะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและมีอันตรายมาก ช่วงนี้ผู้ดูแลคนป่วยจำเป็นต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เมื่ออาการของโรคผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปได้ต่อไปก็จะเข้าสู่ระยะที่ 3 ของโรค
3. อาการไข้เลือดออกระยะฟื้นตัว หลังจากที่ผู้ป่วยสามารถผ่านพ้นระยะวิกฤติในช่วงระยะที่ 2 มาได้แล้ว อาการของโรคไข้เลือดออกจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ร่างกายจะเริ่มฟื้นตัวและมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยจะเริ่มอยากกินอาหารและทุกๆอย่างจะดีขึ้น ระยะนี้อาจใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน

การป้องกันไข้เลือดออก
เราจะมีวิธีป้องกันไข้เลือดออกได้โดยการช่วยกันทำลายพาหะของโรคนั่นคือ ยุงลายที่มักมีแหล่งเพาะพันธุ์ในบริเวณบ้านที่มีน้ำขังนิ่งเช่น หลุมบ่อที่เป็นแอ่งน้ำเล็กๆในบริเวณบ้าน น้ำที่ขังอยู่ในยางรถยนต์เป็นต้น แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเหล่านี้ต้องหาทางกำจัดเสียโดยการใช้ดินถมไล่น้ำให้แห้งหรือปรับพื้นที่ไม่ให้มีน้ำขังในบริเวณบ้าน ส่วนภาชนะที่ใส่น้ำภายในบ้านเช่น โอ่งสำหรับใส่น้ำดื่มหรือที่ใส่น้ำสำหรับล้างมือล้างเท้า ภาชนะเหล่านี้ต้องมีฝาปิดมิดชิดกันไม่ให้ยุงลายเข้าไปใช้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ได้ ส่วนน้ำในแจกันหรือจานรองตู้กับข้าวที่ไม่สามารถหาฝามาปิดได้ก็ให้ใช้วิธีโรยเกลือแกงลงไป สิ่งสำคัญในการป้องกันไข้เลือดออกนอกจากจะทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงแล้วยัง ต้องป้องกันอย่าให้ยุงลายที่เป็นพาหะมากัด ดังนั้นเวลานอนจึงต้องนอนในมุ้งและระวังอย่าให้ยุงกัด หากเราใช้วิธีป้องกันไข้เลือดออกโดยป้องกันที่สาเหตุโรคไข้เลือดออกก็จะลดอัตราเสี่ยงต่อโรคไปได้มากและเราควรเผยแพร่ความรู้ในการสังเกตอาการและวิธีป้องกันโรคไข้เลือดออกให้คนในชุมชนรู้โดยทั่วกันเพื่อที่จะได้ช่วยกันนำไปปฏิบัติให้ถูกต้องให้เกิดประโยชน์กับชุมชนของตน

 

ขอบคุณที่มา : blogspot.com