ยารักษาอาการปวดหลัง

ยาแก้โรคปวดหลัง

ยาแก้โรคปวดหลัง

อาการปวดหลังปวดเอว เชื่อว่าเกิดจากการทำงานหนักประเภทแบกหาม ตรากตรำ เพราะมักพบในกลุ่มชาวนาชาวไร่หรือผู้ใช้แรงงาน แต่จริงๆ แล้วทุกวันนี้กลุ่มคนในทุกสาขาอาชีพก็ล้วนเผชิญกับปัญหาดังกล่าวนี้ อย่างกว้างขวาง ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขในระดับหนึ่งก็ได้ การเลือกรับประทานยาก็เป็นส่วนสำคัญแต่จะมีใครทราบหรือไม่ว่ากลุ่มยาประเภทใดที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ วันนี้ทาง thai-health.net จึงได้นำข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ตัวของทุกท่านมาให้ศึกษากันค่ะ

 

ยาในกลุ่มแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์

ยาในกลุ่มนี้ เป็นยาที่ใช้บ่อยในการรักษาอาการปวดหลังได้แก่ยาที่อยู่ในกลุ่ม”แก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์“หรือที่เรียกกันติดปากว่ายา”เอ็นเซต” (NSAID)

 

None SteroidalAnti -Inflamatory Drug  (NSAID)

ยาในกลุ่มนี้ที่ใช้กันทั่วไปเป็นชนิดแรกคือ ยาที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า ”แอสไพริน” ซึ่งกันเป็นเวลานานกว่าร้อยปีแล้วว่าเป็นยาสารพัดประโยชน์ สามารถใช้ลดไข้,แก้ปวดกล้ามเนื้อ,แก้ปวดข้อ,ลดการอักเสบของข้อ,ลดการปวดหลัง เป็นต้น ซึ่งต่อมาภายหลัง ได้มีการปรับปรุงสูตรของยาในกลุ่มนี้ให้ปลอดภัยในการใช้รักษาโรคมากขึ้น โดยเฉพาะลดอาการข้างเคียงทางระบบทางเดินอาการ เช่น กระเพาะอาหารอักเสบ

ยาแก้ปวด

ยาแก้ปวด

NSAID ประเภท None- Specific Cox-2 Inhibitor

ยาที่ได้ผลิตต่อมาที่มีประสิทธิภาพดีเช่นเดียวกับแอสไพริน แต่เชื่อว่ามีผลต่อการเกิดปัญหาต่อโรคกระเพาะอาหารน้อยกว่าได้แก่ยาที่ใช้ในปัจจุบันเช่น Ibuprofen (Nurofen®)Diclofinac (Voltaren®,Cataflam®,Difenac®)Naproxen (Synflex®,Napxen®) Piroxicam(Feldene®) และอื่นๆอีกหลายชนิดหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบข้อข้อได้ดีในแต่ละคนไม่เท่ากัน ผู้ป่วยบางคนดีต่อการรักษาด้วยยาตัวนี้ แต่อีกตัวไม่ดีแต่เอายาชนิดเดียวกันไปใช้กับผู้ป่วยอีกคนอาจไม่พบเหมือนกันเป็นต้น ดังนั้นจึงไม่อาจเปรียบเทียบได้ว่าผู้ป่วยแต่ละรายจะดีกับยาตัวใด อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเชื่อว่ามีผลข้างเคียงต่อกระเพาะน้อยกว่ายา แอสไพริน แต่ยังคงมีรายงานการเกิดโรคทางกระเพาะอาหารเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หลายๆเดือน เราเรียกยากลุ่มนี้ตามการออกฤทธิ์ต่อการลดการอักเสบที่เอนไซม์ในตัวว่า ยาNSAIDในกลุ่ม None-Specific Cox-2 inhibitor

 

NSAID ประเภท Selective Cox-2 inhibitor

 

สืบเนื่องจากยาในกลุ่มที่กล่าวมายังมีผลข้างเคียงต่อกระเพาะในผู้ป่วยที่ใช้เวลานานและผู้ป่วยสูงอายุอยู่ จึงมีการพยายามคิดยาที่กลไกการออกฤทธิ์ลดการอักเสบคล้ายกัน แต่เลือกออกฤทธิ์ที่เอนไซม์ที่ไม่มีผลต่อโรคกระเพาะอาหารมากขึ้น เรียกยาในกลุ่มนี้ว่ากลุ่ม  Selective(Preferential)Cox-2 inhibitor อาทิเช่นยา Meloxicam (Mobic®)และยา Nimesulide (Nidol®) เป็นต้น ซึ่งเชื่อกันว่ามีผลลดโอกาสเกิดปัญหาด้านกระเพาะได้ประมาณ 4-5 เท่าจากยาในกลุ่ม NSAID เดิม
NSAID ประเภท Specific  Cox-2 inhibitor
ต่อมามีผู้พยายามพัฒนายาในกลุ่มNSIAD ให้ออกฤทธิ์ต่อเอนไซม์ที่ลดการอักเสบต่างๆเฉพาะตัวมากขึ้น โดยยาในกลุ่มใหม่นี้เรียกว่ายากลุ่ม Specific Cox-2 inhibitor ซึ่งในปัจจุบันมีหลายชนิดในท้องตลาดอาทิเช่น Celecoxib (Celebrex®)Etoricoxib (Arcoxia®) เป็นต้น ซึ่งเป็นยาที่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระเพาะอาหาร หรือ ผู้ป่วยที่สูงอายุเป็นต้น อย่างไรก็ตาม มิใช่ว่าเราสามารถใช้ยาในกลุ่มใหม่นี้ได้อย่างไม่ระมัดระวังต่อผลข้างเคียงแต่อย่างใด เนื่องจากยาในกลุ่ม NSAID ทั้งหมด ยังคงมีอุบัติการณ์ของผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์อยู่ ไม่ว่าจะเป็นฤทธิ์ต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ ฤทธิ์ต่อไต ตับ หรือต่อระบบเม็ดโลหิต เป็นต้น
ขอบคุณที่มา : thaispine.com