การป้องกันและดูแลโรคตาแดง

โรคตาแดง

โรคตาแดง

ทาง thai-health.net มีแนวทางการป้องกัน โรคตาแดงมาฝากกันค่ะ เราควรหมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดอยู่เสมอ หมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และของใช้ที่สัมผัสกับดวงตาให้สะอาดเพื่อหลีกเลี่ยงจากโรคตาแดงค่ะ

อาการ

ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัส จะมีอาการตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล เจ็บตา มักจะมีขี้ตามากร่วมด้วย จากการติดเชื้อแบคทีเรียมาพร้อมกัน ต่อมน้ำเหลืองหลังหูมักเจ็บ และบวม มักเป็นที่ตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน แล้วจะติดต่อมายังตาอีกข้างได้ ถ้าไม่ระวังให้ดี ถ้าระมัดระวังไม่ให้น้ำตามข้างที่ติดเชื้อไว้รัส มาถูกตาข้างที่ดี จะไม่เป็นตาแดง แต่ส่วนใหญ่มักเป็นไปอีกข้างอย่างรวดเร็ว

การวินิจฉัย

โรคตาแดงจากเชื้อไวรัสสามารถให้การวินิจฉัยได้จากลักษณะอาการเยื่อบุตา แดง อักเสบ ผู้ป่วยมีอาการปวดตา มีขี้ตา อาจมีจุดเลือดออกใต้เยื่อบุตาขาว และมักเป็นสองข้าง ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ จะตรวจพบแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสต้นเหตุ ได้แก่ adenovirus, enterovirus และ coxsackie virus A24 เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4 เท่า นอกจากนี้ยังอาจแยกเชื้อไวรัสจากการเก็บสารคัดหลั่งจากเยื่อบุตา

โรคแทรกซ้อน

ในรายที่เกิดโรคแทรกซ้อนจะมีอาการเคืองตามาก ลืมตาไม่ค่อยได้ มักมีอาการกระจกตาอักเสบแทรกซ้อน ซึ่งจะดีขึ้นได้ประมาณ 3-4 สัปดาห์ หรือบางรายที่มีอาการรุนแรง อาจเป็นนาน 1-2 เดือน ทำให้ตามัวพร่าอยู่เป็นเวลานาน

การรักษา

1. รักษาตามลักษณะอาการของโรค เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสนี้โดยตรง

2.ถ้ามีขี้ตามาก อาจพิจารณาหยอดยาปฏิชีวนะ ถ้ามีไข้ เจ็บคอ พิจารณาใช้ยาแก้อักเสบร่วมด้วยกับยาลดไข้ ยาลดปวด

3. พักผ่อนให้มากๆ โดยเฉพาะการใช้สายตาในช่วงที่มีอาการตาแดงอย่างรุนแรง ไม่ควรทำงานดึก ควรนอนให้เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องปิดตาไว้ตลอด ยกเว้นมีกระจกตาอักเสบ เคืองตามาก จึงปิดตาเป็นครั้งคราว ไม่ควรให้เชื้อไวรัสแพร่กระจาย

4. ทุกครั้งที่จับตาควรล้างมือให้สะอาด ควรงดการใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน

5. ผู้ป่วยไม่ควรลงเล่นน้ำในสระ จะแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปในน้ำได้ สำหรับผู้ที่อยู่ร่วมกับผู้ป่วย ควรระวังอย่าเอามือไปจับ หรือขยี้ตา ควรล้างมือ ฟอกสบู่บ่อยๆ อย่านอนห้องเดียวกับผู้ป่วย การทานอาหารร่วมกันไม่ทำให้ติดโรค

ขอบคุณที่มา : muslimthai.com